วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

1. ถ้าต้องการหาบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง บนอินเทอร์เน็ตควรใช้เครื่องมือสืบค้นในข้อใด
ก. ดรรชนีวารสาร ข. Search engine ค. OPAC ง. เครื่องมือสืบค้นฐานข้อมูลออนไลน์
2. ถ้าต้องการทราบว่า ห้องสมุดวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม มี หนังสือ เกี่ยวกับ โลกร้อน กี่รายการ จะใช้เครื่องมือชนิดใด
ก. บัตรรายการ ข. OPAC ค. ดรรชนีวารสาร ง. บรรณานุกรม
3. การค้นหาบทความเกี่ยวกับจังหวัดนครปฐม ต้องใช้เครื่องมือสืบค้นชนิดใด
ก. บัตรรายการ ข. OPAC ค. ดรรชนีวารสาร ง. บรรณานุกรม
4. การค้นหาทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุดวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม ทรัพยากรใด ไม่สามารถค้นผ่าน OPAC ได้
ก. โสตทัศนวัสดุ ข. บทความวารสาร ค. หนังสือ ง. วีดีทัศน์
5. ถ้าต้องการค้นหาหนังสือพจนานุกรม ในห้องสมุดวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม จะต้องใช้เครื่องมือสืบค้นใด
ก. บัตรรายการ ข. ดรรชนีวารสาร ค. บรรณานุกรม ง. OPAC
6. การค้นหา ภาพเคลื่อนไหวเกี่ยวกับโฆษณาบนเว็บไซต์ ต้องใช้เครื่องมือสืบค้นใด
ก. Web Browser ข. Search engine ค. เครื่องมือสืบค้น ฐานข้อมูลออนไลน์ ง. World Wide Web
7. ถ้าต้องการค้นหาบทความออนไลน์จากหน่วยงานราชการ ที่ทราบ URL อยู่แล้ว จะต้องทำอย่างไร
ก. ค้นได้โดยตรงจาก URL ข. ค้นผ่าน search engine ค. ค้นผ่าน web browser ง. ค้นผ่านสารบัญเว็บ
8 การค้นข้อมูลผ่าน search engine นิยมใช้สิ่งใดเป็นคำค้น
ก. ผู้แต่ง ข. ชื่อเรื่อง ค. คำสำคัญ ง. หัวเรื่อง
9. คำค้นในข้อใด ไม่สามารถใช้เป็นช่องทางค้นหารายการหนังสือ ได้
ก. ปีพิมพ์ ข. ชื่อผู้แปล ค. ชื่อหนังสือ ง. คำที่ใช้แทนเนื้อเรื่องของหนังสือ
10. การสืบค้นบทความจากอินเทอร์เน็ต Google ประเทศไทย มี ต้อง พิมพ์คำว่าอะไร ในช่อง address
ก. http://www.google.go.th ข. http://www.google.comค. http://www.google.org ง. http://www.google.co.th
1. ในการค้นหาบทความออนไลน์ เมื่อเว็บไซต์แสดงผลรายการทรัพยากรจากการค้นหา ใช้หลักเกณฑ์ใด เลือกบทความที่
ต้องการ
ก. เลือกรายการทรัพยากรที่แสดงลำดับที่ 1 ทันที
ข. อ่านคำอธิบายรายการทรัพยากรแต่ละรายการเพื่อพิจารณาว่าตรงตามต้องการหรือไม่แล้วจึงเลือก
ค. เปิดดูรายการทรัพยากรไปเรื่อย ๆ ทุกรายการ ทีละหน้า จนกว่าจะพบเรื่องที่ต้องการ
ง. เลือกรายการที่มี address สั้นที่สุด
2. หลักการเลือกสารสนเทศเพื่อประกอบการทำรายงาน มีวิธีการอย่างไร
ก. พิจารณาจากหัวข้อเรื่องรายงานเป็นหลัก ข. พิจารณาจากความน่าเชื่อถือของสารสนเทศ
ค. พิจารณาจากความเหมาะสมกับผู้ใช้ ง. พิจารณาจากความสัมพันธ์ระหว่างขอบเขตเนื้อหากับลักษณะสารสนเทศ
3. การวิเคราะห์สารสนเทศต้องอาศัยทักษะใดมากที่สุด นอกจากทักษะการอ่าน
ก. ทักษะการฟัง ข. การคิดวิเคราะห์ ค. ทักษะการจำ ง. ทักษะการเขียน
4. หลักการอ่านเพื่อวิเคราะห์สารสนเทศ ใช้วิธีอ่านแบบใด
ก. อ่านสำรวจ ข. อ่านข้าม ค. อ่านสรุปความ ง. อ่านจับประเด็น
5. ส่วนใดของบัตรบันทึก ที่เป็นข้อมูลทางบรรณานุกรม
ก. แหล่งที่มา ข. คำสำคัญ ค. เนื้อเรื่อง ง. หัวเรื่อง
6. การจดบันทึกแบบใด ที่เมื่อจัดทำรายงานแล้ว ต้องอ้างอิงแทรกในเนื้อเรื่อง
ก. บันทึกแนวคิด ข. บันทึกแบบสรุปความ ค. บันทึกแบบถอดความ ง. บันทึกแบบคัดลอกข้อความโดยตรง
7. ทรัพยากรสารสนเทศในข้อใด ที่ต้องบันทึก วัน เดือน ปี ที่ค้นข้อมูล ในแหล่งที่มา
ก. บทความจากหนังสือพิมพ์ ข. บทความวารสาร ค. บทความบนอินเทอร์เน็ต ง. บทความจากสารานุกรม
8. ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชน์ของการจดบันทึก
ก. เพื่อเตือนความจำ ข. เพื่อการอ้างอิง ค. เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของสารสนเทศ ง. เพื่อเป็นมาตรฐาน
9. การอ่านทรัพยากรสารสนเทศประเภทใด ผู้อ่านไม่ควรอ่านทั้งหมด
ก. บทความวารสาร ข. ทรัพยากรอ้างอิง ค. หนังสือ ง. บทความบนอินเทอร์เน็ต
10. ในการจดบันทึก ส่วนใด จะต้องบันทึกเป็นลำดับแรก
ก. คำสำคัญหรือหัวข้อ ข. แหล่งที่มา ค. บรรณานุกรม ง. เนื้อเรื่อง

ไม่มีความคิดเห็น: